สวัสดีค่ะทุกคนวันนี้มีของดองมารีวิวแห่ะๆๆ ได้มาสักสองเดือนแล้วล่ะค่ะ แต่ว่าเอาไปลองใช้อยู่แล้วก็ล่งเลยมาถึงเวลานี้ ติน่าได้ตัวนี้มาเมื่อครั้งที่ไป workshop ของ Mac ไม่ได้มีความคิดว่าจะซื้อ eyeshadow อยู่ในหัวเลยเนื่องจากมี naked 2 อยู่ในครอบครองแล้ว (ใช้ eyeshadow ไม่เคยหมดเลยชีวิตนี้)

 เอาละมาดูกันเลยดีกว่าว่าสีมันเป็นยังไง

mac-cloudy-afternoon1

โฉมแรกตามสไตล์ MAC กล่องดำๆ ขนาด 2.2 กรัม ตัวบลัชออนจะนูนๆ มีฝาพลาสติกปิดทับมาก่อนที่จะเปิดฝาช่วยเรื่องความสะอาดของเนื้อผลิตภัณฑ์ได้ดีพอสมควร [click to continue…]

{ 0 comments }

รีวิว : Chanel Rouge Coco Shine สี Flirt

by Kristina P. on February 27, 2012

วันนี้เอาลิปสติกแท่งที่โปรดปรานที่สุดช่วงนี้มารีวิว แท่งนี้ได้มาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนธันวาปีที่แล้วแต่ว่าอย่างที่บอกคือกว่าจะได้อุปกรณ์มาถ่ายรูปก็รออยู่นานโข + ติดงานแต่งงานของตัวเองเลยทำให้รอนานหน่อย แฮ่ะๆๆ (อ้างได้ตลอด) เอาละเริ่มเลยดีกว่า

สี flirt นี้เป็น Limited Edition จาก Spring Harmony 2012 นะคะ

Chanel-rouge-coco-shine-flirt1

โชวโฉมกันหน่อย

ดูสีจากที่แท่งคือส้มมีวิบๆเล็กน้อย แพ๊คเกจหรูหราสไตล์ Chanel และมีกลิ่นน้ำหอมค่อนข้างแรง ถ้าใครแพ้พวกน้ำหอมต้องระวัง

Chanel-rouge-coco-shine-flirt2

 

และนี่คือสีที่ทาออกมาแล้ว กลายเป็นว่าส้มอมชมพูเล็กน้อย และกลบสีปากไม่มิด (ติน่าทาออกมาแล้วกลายเป็นออกชมพูมากกว่าส้ม) แรกสัมผัสให้ความรู้สึกชุ่มชื่นแต่สองชั่วโมงผ่านไปมีแห้งนิดหน่อยค่ะ

มีทิปส์ในการทาสีนี้เล็กน้อย ควรจะขัดริมฝีปากและบำรุงมาก่อนทา (แต่ถ้าลิปบำรุงที่ทามันดูมันมากไปให้ซับออกก่อน แล้วค่อยลงสีนะคะ) ถ้าทำแบบนี้จะได้ปากที่เรียบเนียนทาสีได้สวยขึ้นและชุ่มชื้นขึ้น

คะแนนจากการรีวิวครั้งนี้

สี : 5/5 สวยมากกกกก รักเลย ตั้งแต่มีลิปสติกสีส้มมาอันนี้เป็นอันที่ถูกใจมากที่สุด

ความติดทน : 4/5 ติดทนเกินคาดแหะ วันที่ทาไปงานแต่งงานเพื่อนขนาดดื่มน้ำไปเยอะมาก สียังติดปากอยู่เลย

ราคา : 3/5 แพงอ่ะ 1200 บาท >_< จ่ายตังค์ไปแบบเห้ออออ แต่สวยจริงจัง

{ 0 comments }

รีวิว : MAC Prep and Prime Vibrancy eye primer

by Kristina P. on February 17, 2012

วันนี้มาแบบแหวกแนวเล็กน้อย ไม่ได้มารีวิวสีต่างๆอะไรทั้งสิ้น แต่เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับใต้ตาของเรานี่เอง

ติน่าได้ทดสอบเรียบร้อยแล้ว (ซื้อนั่นแหล่ะ ) มาดูกันเลยว่าเป็นยังไง

BA ของ MAC เคลมว่าผลิตภัณ์ตัวนี้จะช่วยทำให้ดวงตาของเราดูสว่างและเฟรชขึ้นมาในทันทีหลังจากที่เกลี่ยลงไปใต้ตา ทั้งนี้ตัวครีมประกายมุกยังช่วยให้ผิวใต้ตาดูตื่นขึ้น เหมาะสำหรับใช้ทาเป็นเบสก่อนลงผลิตภัณฑ์พวก concealer และหากใช้เป็นประจำจะทำให้ผิวรอบดวงตาปราศจากริ้วรอยแพนด้านั่นเอง

MAC Prep and Prime Vibrancy eye primer [click to continue…]

{ 0 comments }

ฮั่นแน่!!! เข้ามาแอบอ่านกันล่ะซี๊ ไม่ต้องแอบค่า อ่านเลย วันนี้จะมารีวิวกันแบบเน้นๆไม่มีหมกเม็ด มีหมกก็แค่รูปนะ เพราะไม่ได้ถ่ายไว้ ถ้าถ่ายแล้วเอามาลงก็กลัวจะกลายเป็นเว็บติดเรทไปซะก่อน มาเริ่มกันเลยดีกว่า ยาวหน่อยนะ

เนื่องจากได้อ่านเรื่องทำ brazillian wax ของพี่มังกรเผือกในเว็บพันทิพย์ตั้งแต่สมัยเมื่อสัก 6 ปีที่แล้ว และมีความฝังใจมาตลอดว่าเจ็บแน่ๆ เจ็บแบบไม่ธรรมดาด้วย และเพื่อนสนิทที่รักที่เคยไปทำมาคอนเฟิร์มว่าเจ็บสวดยอด

แต่แน่นอน นังนี่อยากทำอยู่ดี คิดดู๊ อ่านชาวบ้านรีวิวมาตั้งแต่ยังไม่มีแฟน จนแต่งงาน จนกระทั่งหลังแต่งเนี่ยล่ะ…..เมื่อความเสี้ยนอยากมีจิโบ๊ะโล้นๆ(จิ๋ม) ไม่เข้าใครออกใคร อยากใส่ชุดว่ายน้ำแบบเว้าสูงบ้างอะไรบ้าง เพราะที่ผ่านมาใส่กางเกงมาตลอดเพราะกลัวฝอยขัดหม้อโผล่ -_-“  แถมเคยโดนผ่าตัดต่อมบาร์ธโทลินมาก็แอบคิดว่าอีน้องฝอยขัดหม้อของเรา มันก็น่าจะมีส่วนทำให้เป็น และเรื่องเชื้อราที่มากวนใจบ่อยๆด้วย

หลังจากปรึกษาคนใกล้ตัว (สามี)มาหลายตลบ อยู่มาวันนึงอยากมากไม่ไหวแล้วเลยบอกสามีว่า

[click to continue…]

{ 6 comments }

ช่วงนี้สังเกตุได้ว่าบลัชออนมาถี่มาก แห่ะๆ ไร้สตินั่นเอง เห็นเป็นคอลเลกชั่นใหม่ก็คว้า  -_-“ อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะคะ แถมซื้อมาไม่ได้ลองอีก เอาเข้าไป….  แต่ถึงยังไงเราก็จะต้องมารีวิวให้ทุกคนดูอยู่ดีใช่ป่ะล่ะ จะได้ไม่เสียสติเหมือนเรา ฮิ ฮิ

มาเปิดดูคุณเธอกันดีกว่า ว่ามีดีอะไร ผู้หญิงคนนี้ถึงได้เสียสติพากลับบ้านมาด้วย

Fresh Honey : ชื่อไพเราะเพราะพริ้ง นังน้ำผึ้งสด -_-“ สดจนเสียตังค์เลยใช่มั้ย เฮือกกกก

MAC Mineralize Blush in Fresh Honey : Naturally Collection

ว๊าบบบบบบบบ ขออภัยรูปแอบเบลอนะคะ หลุดโฟกัสสุดๆ ไปกับสติกันเลยทีเดียว

[click to continue…]

{ 3 comments }

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้มีบลัชออน Chanel LIMITED EDITION มาหลอกอีกแล้ว (หลอกตัวเองให้เสียตังค์ไปแล้วนั่นเองเลยมาหลอนชาวบ้านต่อ) เน้นๆเลยนะว่ามันหมดแล้วหมดเลย แล้วจะหาว่าสวยไม่เตือน :D

เอ้ามาเปิดดูชะนีกันดีกว่า รักแรกพบของเรา (นังblogger เสร่อได้อีก)

Blush Horizon de Chanel

สวยมากกกกกกกก (สารภาพบาปเล็กน้อย แอบเปิดใช้ไปก่อนที่จะเอามารีวิวด้วยล่ะ วันนั้นแต่งหน้าไปงานแต่งเพื่อนสนิทแล้วอยากทาสีนี้มากเลยจัดการไปเรียบร้อย สภาพเลยไม่ค่อยเนียนนักน๊า เค้าขอโทษ)

Blush Horizon de Chanel

[click to continue…]

{ 2 comments }

วิธีการเลือกสี Eye shadow

by Kristina P. on February 2, 2012

วิธีการเลือก Eye shadow

มีคนบอกว่าดวงตานั้นหน้าต่างของหัวใจ สาวๆควรจะเลือก Eye shadow สี่ที่เหมาะกับเปลือกตา และควรต้องเลือกสีที่เข้ากับสีผิวของสาวๆด้วยนะคะ หากเป็นเนื่องในโอกาสพิเศษเช่น งาน ปาร์ตี้ต่างๆสาวๆก็สามารถเลือกสีของ Eye shadow แล้ว match สีให้ลงตัวกับการแต่งตัวได้ค่ะ

วันนี้มีทริคเล็กๆน้อยในการเลือก Eye shadow ให้เหมาะกับสาวๆต่างคนต่างบุคลิกมาฝากค่า

  1. เลือกสีที่เข้ากับสีผิวและสีดวงตาของสาวๆนั่นเอง สีที่เลือกนั้นควรเป็นสีที่ตัดกับดวงตาอ่อนๆ อย่าเลือกสีเดียวกับตาซะทีเดียวนะคะ เช่นถ้าลูกตาดำ ก็เลือกสีดำที่อมๆเทาๆหน่อย
  2. ถ้าวันไหนรู้สึกว่าวันนี้แต่งตัวสีจัดจ้านแล้ว ควรจะเบรกสีตาลงมาสักนิดนึง ไม่ใช่เสื้อแดงตาแดงมันจะกลายเป็นซาตานไปได้นะจ๊ะสาวๆ
  3. เลือกซื้อสีที่ผสมกันแล้วเข้ากันได้ดี แต่ส่วนใหญ่พาเลตตาสมัยนี้จะจับคู่สีมาให้ค่อนข้างดีแล้วนะคะ ถ้าเป็นมือใหม่หัดแต่งหน่อยก็ผสมสีในพาเลตไปก่อน โดยมากสีพวกนี้แต่งออกมาแล้วจะปลอดภัยไม่ค่อยพลาด เช่นโทนน้ำตาล โทนสีเท่าดำ หรือ น้ำตาลมีชมพูแซมๆหน่อยก็สวยค่ะ
  4. สีโทนเข้มจะทำให้ตาดูเล็กลง ส่วนสีโทนอ่อนนั้นจะทำให้ตาดูโตขึ้น แต่ไม่เสมอไปนะคะทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเทคนิคการลงสี การใช้อายไลน์เนอร์ และการใช้ขนตาปลอมเข้าช่วยค่ะ
  5. ถ้าสาวๆใส่คอนแทคเลนส์สีๆเช่นสีฟ้านั้น สามารถเลือกใช้สีน้ำตาลอ่อนปนชมพูได้
  6. สุดท้ายสาวๆก็อาจจะต้องไปที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอางค์เพื่อที่ให้ช่างแต่งหน้า update trend แต่งหน้าต่างๆนะคะ

{ 2 comments }

หลายคนคงสงสัยว่านังนี่เป็นอะไรกับ MAC แน่ๆเลย ทำไมแต่เครื่องสำอางยี่ห้อนี้ แฮ่

ป๊าวววววว ไม่มีอะไร ก็แค่เดินไปแผนกเครื่องสำอางแล้วยี่ห้อนี้มักจะตั้งอยู่ในโลเคชั่นที่ดี มองเห็นชัด ช่วงนี้ก็ limited มาบ่อย ราคากำลังดี ไม่แพงเกินไป เวลามีลด 10% ก็โอ้ลั่นล้า และที่สำคัญที่สุด มีบีเอที่น่ารักอยู่หนึ่งคนที่สาขาแถวบ้าน เธอนิสัยดีมากๆ ไม่บังคับซื้อ ลองนู่นี่นั่นให้ แต่งหน้าให้ แม้ว่าบางทีจะไม่ได้ซื้ออะไรเลย แต่ชีจำเราได้ :D  เอาเป็นว่าไม่เคยฝากชาวบ้านหิ้วMAC มาจากอเมริกาทั้งๆที่ก็มีคนรู้จักอยู่เพราะเธอเนี่ยล่ะ

ฝอยเยอะอีกแล้ว อย่าเพิ่งเบื่อกันนะคะ วันนี้มารีวิวหนึ่งในลิปสติก limited addition อีกแล้วและดิฉันก็มารีวิวช้ากว่าชาวบ้านอีกแล้ว โฮๆๆ

แรกพบกันเลยดีกว่า

MAC Flamingo Lipstick for Iris Apfel

[click to continue…]

{ 4 comments }

ห่างหายไปนานกับการรีวิว มัวแต่ไปเตรียมตัววันสำคัญในชีวิตมาค่ะ แต่งงานนั่นเอง :D

วันนี้มารีวิว บลัชออนแบบทูโทน เอ๊ะหรือจะทรีโทนดี limited addition จาก Daphne Guiness collection

ติน่าเคยโวยวายอยากได้สีนี้ในแฟนเพจตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว พอไปลองที่เคาท์เตอร์ก็รีบสอบมาให้เพื่อนๆได้ยลกันในบัดดล แอบเห็นมีเพื่อนๆบางคนสอยมาอวดละ แต่เรารีวิวช้าไปหน่อยอันนี้สำหรับสาวๆที่ยังไม่สอยไว้ไปตัดสินใจเนอะ :D

ไม่พูดพร่ำทำเพลงละ มาเบิ่งสีกันเลยดีกว่า

เปิดตัวด้วยรูปนี้ สวยเนอะ แต่ถ้าแถมแปรงมาด้วยก็ดีสิ  กระจกด้วยก็ดีนะ แฮ่ (นังนี่ก็ได้คืบจะเอาศอก เอามันทุกเม็ด)

Azalea Blossom Blush Ombre

 

ด้านหลังตามสไตล์ MAC จะสังเกตุได้ว่า blush on ตัวนี้ขนาดใหญ่โตมากกว่าไซส์ปกติ

Azalea Blossom Blush Ombre

 

เปิดฝาเบิ่งสี สวยมากๆใครชอบสีม่วงชมพูๆมีกรี๊ด เห็นแบบนี้สาวๆผิวอันเดอร์โทนเหลืองใช้ได้น้า สวยด้วย อย่าคิดว่าใช้ได้เฉพาะสาวๆอันเดอร์โทนชมพู

Azalea Blossom Blush Ombre

 

ซูมๆให้ดูอีกนิดแต่รูปนี้ถ่ายออกมาไม่เห็นวิ้ง จริงๆแล้วมีวิ้งละเอียดๆ แต่เวลาปัดออกมาจะมองไม่ค่อยเห็นเพราะมันยิบมากๆ

Azalea Blossom Blush Ombre

 

รูปนี้เราจะเห็นว่ามีวิ้งยิบๆด้วย และรูปนี้เป็นรูปที่สีเหมือนของจริงที่สุดที่ติน่าถ่ายได้ค่ะ

Azalea Blossom Blush Ombre

 

อันนี้เรามาดูสีที่ทำแขน ไม่ต้องไปดูขนแขนเนอะ อายๆ แต่จะลองกับหน้าให้ดูก็อายรูขุมขนกับหน้าเหียกๆ เฮ้อออ

Azalea Blossom Blush Ombre

จากด้านซ้าย เป็นสีม่วงด้านล่างของ ตลับ

ตรงกลาง คือสีชมพูด้านบน

ขวาสุด คือการที่เราเอาแปรงมาปัดปนๆกันสองสี อันนี้ขึ้นอยู่กับการปัดของแต่ละคน แล้วแต่อารมณ์เลยนะ น้ำหนักมือกับสีของตลับนี้เราควบคุมได้ตามใจเราเลย

 

สรุป : เป็นสีที่สวยแปลกอีกสีนึง แต่แนะนำว่าเวลาที่ต้องการจะใช้ให้ค่อยๆปัดไปบนแก้มค่อยๆเบลนสีไปช้าๆอย่าไปรีบร้อน ให้มันดูนัวนะ สวยเลิศ และด้วยเนื้อสัมผัสที่เป็นเนื้อแป้ง ความติดทนอาจจะลดลงตามปริมาณความมันของใบหน้า ติน่าเป็นคนผิวแห้งอยู่บนหน้าหกชั่วโมงสบายๆ แต่หลังจากนั้นต้องเติมแล้วค่ะ อีกนิดสีนี้สุภาพพอที่จะปัดไปเรียนไปทำงานได้จ้าสาวๆ แต่ถ้าอยากปัดไปเปรี้ยวตอนกลางคืนก็เน้นให้เข้มขึ้นอีกนิด ทาตาสีม่วงกลิตเตอร์เยอะๆ กรีดตาเส้นดำคมๆ  เลิศศศศศ

 

คะแนนจากการรีวิวครั้งนี้

สี :  สวยค่ะ ชอบมากๆ ชอบสีม่วงเป็นทุนเดิมด้วย โดนสุดๆ อย่าคิดว่าทายากนะคะสีนี้ ไม่ยากอย่างที่คิด match กับสีปากที่มี pigment โทนม่วง น้ำเงิน ชมพู ได้สวยมากๆ

เนื้อ ความติดทน :  สำหรับหกชั่วโมงแรกนี้จางไปแค่นิดเดียวเอง แต่พอเลยแปดชั่วโมงไปแล้วต้องเติมค่ะ

ราคา : ราคาเคาท์เตอร์อยู่ที่ 1230 บาท แต่ถ้าราคาหิ้วน่าจะประมาณ 900 นิดๆค่ะถึง 1000 ค่ะ คุ้มน๊า

 

{ 0 comments }

รีวิว : Naked 2 Palette Urban Decay

by Kristina P. on December 29, 2011

อย่างที่เกริ่นไว้ใน Fan Page ว่าวันนี้จะมีของใหม่แกะกล่องมาโชว์นั่นก็คือ Naked 2 นั่นเอง

ติน่าก็เป็นอีกคนที่เห็น Naked 2 จาก blogger ฝรั่งตั้งแต่เมื่อต้นเดือนธันวาคม เห็นปุ๊บก็เหมือนสาวๆทั่วไปค่ะ คือ ร้องแรกแหกกระเซิง ลงไปดิ้นๆๆๆๆ จะเอา จะเอา จะเอา ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเอามาแล้วจะแต่งเป็นหรือเปล่า???

เอาล่ะหลังจากพลิกแผ่นดินหาไม่ได้เพราะมัน out of stock ไปหมด ตอนแรกก็จะฝากน้องที่ทำงานที่อยู่อเมริกาซื้อแต่ว่าน้องเค้าก็หาซื้อมาไม่ได้ แง่วๆๆๆๆๆ เศร้าได้สองวัน ดิฉันก็ยังโหยหวนจะเอา จะเอา เลยจัดการ พลิกอากู๋หาอีกรอบ ในที่สุดเจอกับคุณมี่เป็นสาวไทยที่อยู่อเมริกาและรับฝากซื้อของ วู้วววว

โอนตังค์เสร็จ กระดิกเท้ารอ รอ แล้ว รอเล่า ไม่มาซักที จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 26 ที่ผ่านมา มันมาวางกองที่บ้านแย้ววววววววว หลังจากรอถึงสองอาทิตย์

มือไม้สั่นแกะกันแทบไม่ทัน กรี๊ดดดดดด สีสวยมากกกกกกก สมกับที่รอเลย

ปล. บอกไว้ก่อน ติน่าไม่เคยใช้ naked รุ่นก่อนหน้านี้นะจ๊ะ เพราะไม่ได้ปิ๊งกับสีมากนัก พอเห็นตลับนี้ เป็นสีโทนที่ชอบเลยสั่งค๊า เราต้องซื้อของอย่างมีสตินะคะ :D เพราะมันเปลืองเงินในกระเป๋าถ้าเราซื้อมาแล้วไม่ได้ชอบจริงๆ เสียดายเงิน

ฝอยเยอะละ รีวิวโลด

naked 2 Palette
โชว์โฉม

โชว์มารูปแรกอีคนถ่ายรูปก็กรีดร้องแทบไม่เป็นภาษาแล้วค่ะ โว้ เย

กล่องเหมือนกล่องดินสอดีนะ แข็งแรงมาก ฝาปิดสนิทดี มั่นใจได้ว่า ไม่มีทาง หุบๆ อ้าๆ เองในขณะที่อยู่ในกระเป๋าเราแน่นอน

 

naked 2 palette

เปิดมาแว้วมี 12 สีสวยงาม พร้อมแปรงไว้สำหรับเบลนสี ทาสีอะไรก็แล้วแต่ เดี๋ยวแปรงจะอธิบายให้ฟังว่าทำอะไรได้บ้าง ค่อยๆอ่านไปนะจ๊ะ อ่านไปกรี๊ดไปก็ได้ คริ คริ อ้อ กระจกใหญ่มาก ส่องกันสนุกนาน เค้าน่าจะแถมอายไลน์เนอร์ของ UD ด้วยเนอะ จะได้ครบ สวยทีเดียว ก็เสียวได้ อร๊ายยย

Naked 2 Palette color

อ่ะฮ้า สี่ สีแรกมาโชว์แล้ว อันนี้ติน่าบอกตรงๆว่าอาจจะถ่ายเบี้ยวไปนิด

แต่เอาหัวเป็นประกันเลยว่าสีเป๊ะเหมือนของจริงมาก แทบจะตีลังกาถ่ายเลยทีเดียว

Foxy, Half baked, Booty Call, Chopper

เริ่มจากด้านซ้ายสุด

Foxy : ต้องเบิ่งกันมากๆหน่อยนะคะสีนี้เพราะสีอ่อนมากบนผิว NC 20 ของติน่า คือกลืนเป็นสีเดียวกันเลย สีมันจะออกเหลืองซีดเนื้อด้านไว้ใช้สำหรับไฮไลท์ก็ได้สำหรับคนที่ผิวไม่เข้มมากนัก

Half Baked : สีออกน้ำตาลทองอ่อนๆเนื้อสัมผัสนิ่มนวลมากค่ะ

Booty Call : ชื่อแบบว่าดูเซ็กซี่มากเลยอ่ะ สีนี้ออกจะเบจแบบนวลๆวาวๆเมื่อกระทบแสงไฟ เหมาะสำหรับไฮไลท์ให้สีตาเราดูมีมิติมากขึ้น

Chopper : สีน้ำตาลอมแดงอมส้ม พร้อมชิมเมอร์สีน้ำตาลทอง สีสวยมากมีกลิตเตอร์ระยิบระยับ ทำไมดูสีนี้นึกถึงอายแชโดว์โทนน้ำตาลของ kate ก็ไม่รู้ มีติเล็กน้อย ไอ้ประกายเล็กๆเนี่ยมันกระจายไปทั่วหน้าอย่างกับไฟคริสมาสต์ บางคนอาจจะชอบนะ

4 สีถัดมา

 

Naked 2 color

Tease, Snakebite, Suspect, Pistol

Tease : สีนี้แนะนำว่าถ้าเบลนไม่ดีอาจจะดูเหมือนโดนผัวซ้อมมาได้นะคะ แฮ่!! เป็นเนื้อด้านค่ะสีน้ำตาลม่วงตุ่นๆ สีกะปิเข้มๆ

Snakebite : สีงูฉก เป็นอีกสีที่น่าสนใจมาก สีบรอนซ์เข้มเนื้อชิมเมอร์สีทองเข้ม ลงตัวแต่งได้ทุกสถานการณ์

Suspect : สีแชมเปญเนื้อเมทัลลิก เนื้ออายแชโว์ไม่นิ่มเท่าสีอื่น แต่ทาออกมาดูผู้ดีมาก

Pistol : สีออกเทาๆเข้มเนื้อเมทัลลิก วาวๆ เหมาะการแก่การเบลนกับ สี Black out แล้วออกล่าผู้ชายในคืนวันศุกร์กับเพื่อนสาว

 

Naked 2 color

 

4 สีสุดท้ายแล้วนะฮ้าาา

Naked 2 color

Verve,Ydk,Busted,Black out

Verve : แอบคิดว่าสีนี้มันอยู่ในกล่องมันดูอมม่วงด้วยนะ แต่ทาออกมารู้สึกว่าสีมันดูอวกาศมากๆ นึกถึงผู้หญิงทาปากสีเงินๆอะไรงี้ สีนี้เก๋ค่ะ เอาไปเต็มสิบ

YDK : เป็นอีกสีที่เนื้อนิ่มสุดๆ ชอบมาก ถ้าทาผสมกับ Booty Call จะได้ลุ๊คสาวน่ารักไปจิบน้ำชาตอนบ่าย เกร๋ๆ สีนี้เป็นอีกสีที่กลิตเตอร์เยอะ สีน้ำตาลซ่อนแดงๆไว้นิดๆเวลาเบลนออกมาจะเห็นเลยว่าเจือแดง

Busted : สีนี้เรายังไม่ได้ลองแต่ง แต่เราว่าถ้าจับคู่กับ Teased น่าจะเก๋อยู่ไม่น้อย เพราะมันมีสีเจือม่วงเหมือนกัน แต่อันนี้เนื้อจะ น้ำตาลอมม่วงเข้ม เปรี้ยวสุด เบลนไม่ดี เหมือนโดนผัวซ้อม คอนเฟิร์ม

Black out : สีดำมาก บางทีก็แอบคิดว่าจะใส่มาทำไม -_-” แต่หลังจากที่ทดลองแล้ว สีมันดำสวยนะ อายแชโดว์บางยี่ห้อสีดำเนื้อแมทเหมือนกันแต่สีไม่เข้มเท่านี้ สรุปมีแล้วดีฮ่ะ

Urban Decay Lip Plump

ของแถมมากับในกล่อง ลิปกลอสสี naked

ทาออกมาเสร็จแล้วก็แก้ผ้าเลย แอร๊ยยยยย ไม่ใช่นะ ><

มันคือลิปที่ทำให้ปากเราดูอวบอิ่ม สีกลืนกับสีปาก รสชาดอร่อยมิ้นๆ แต่เหนียว สะบัดผมที ผมติดปาก -_-”

 

Naked 2 brush

แปรงที่มากับพาเลท เนื้อนิ่ม ขนแปรงสปริงตัวดี และแน่นมาก

ฝั่งซ้ายคือ Crease Brush : ใช้สำหรับเบลนสี ทำ V shape คัดเบ้าตาก็ได้ เลิศ

ฝั่งขวา คือ Shadow Brush : ไว้ลงสีทีทาตานะคะ เวลาจะแตะอายแชโดว์อย่าขยี้ๆเด็ดขาด เดี๋ยวมันจะฟุ้ง ใช้แตะๆอย่างเดียวพอ สีติดแปรงง่ายมาก

คะแนนจากการรีวิวครั้งนี้ :

สี : สวยทุกสีค่ะ ถ้าคนชอบโทน น้ำตาลทอง สีเทาเงิน แบบแต่กลางคืนก็ได้ ดึกกว่าก็ซิ่งให้เปรี้ยวด้วยเทาดำ มีกรี๊ดค่ะ

เนื้อสัมผัส : นุ่มสุดๆค่ะ มีบางสีเท่านั้นที่ออกเป็นฝุ่นผงๆ

ความติดทน : แนะนำว่าควรลงเบสทาที่ตาก่อน ถ้าไม่อย่างงั้นไม่รับประกันค่ะ เพราะถ้าไม่ลงเบลแค่ถูๆจิ๊ดเดียวก็ออกแล้ว

จบแล้วววววสำหรับการรีวิว Naked 2 Palette ของติน่า หวังว่าทุกคนคงได้ประโยชน์เพื่อใช้ในการตัดสินใจซื้อไม่น้อยนะคะ มีอะไรแนะนำได้นะคะ ว่างๆก็มาเม้ามอย หอยแครงกันนะค๊าาาา

 

{ 2 comments }